กว่า กับลูกค้ากว่า 2 ล้านราย

ติดตามสาระดีๆ ที่นี่

เฉลย! วิธีต่อประกัน + ภาษีรถยนต์ + พรบที่ถูกที่สุด

ศุกร์ 08 พฤษภาคม 2558

ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ทำประกันชั้น 1 มาตั้งแต่ออกรถใหม่ ต่อประกันที่เดิมมาทุกปี จ่ายค่าเบี้ยปีละหมื่นกว่าบาททุกครั้ง เคลมมั่งไม่เคลมมั่ง รู้สึกว่าค่าเบี้ยที่จ่ายไปนั้นไม่ค่อยคุ้ม แต่จะเปลี่ยนก็ไม่รู้จะเปลี่ยนไปเป็นแบบไหน ชั้นไหน บริษัทอะไร บทความนี้จะช่วยเป็นไกด์นำทางให้คุณ

แต่ก่อนที่จะรู้วิธีประหยัด เรามาทำความรู้จักกับค่าใช้จ่ายสำหรับคนมีรถที่ต้องจ่ายทุกปีกันก่อนดีกว่าซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ

1.ภาษีรถยนต์
2.พรบ. รถยนต์
3.ประกันรถยนต์ (ไม่บังคับ)


ภาษีรถยนต์และพรบ. – ประหยัดได้ 300-700 บาท
ในการต่อภาษีรถยนต์และพรบ. ส่วนใหญ่เราจะต่อไปพร้อมกันเลยซึ่งถ้าเราใช้บริการต่อผ่านไฟแนนซ์ ก็จะถูกคิดค่าบริการประมาณหลักร้อยขึ้นไปขึ้นอยู่กับเรทของบริษัทไฟแนนซ์นั้นๆ แต่ถ้าเราเลือกต่อเองผ่านอินเตอร์เนตเราก็สามารถประหยัดค่าบริการส่วนนี้ไปได้ ซึ่งขั้นตอนก็ง่ายๆ ไม่ได้ยุ่งยากกอะไร

1.เข้าไปที่เวบไซต์ SILKSPAN.COM เลือกหน้าพรบ-ต่อทะเบียน
2.กรอกข้อมูลต่างๆ ของตัวเราและตัวรถ (ต้องกรอกวันที่จดทะเบียนด้วย ดูไว้ก่อนได้เลย เวลากรอกจะได้ไม่ยุ่งยาก)
3.จ่ายเงินผ่านทาง โอนผ่านบัญชีธนาคาร หรือตัดบัตรเครดิต
   หลังจากนั้นป้าย พรบ และสำเนาใบเสียภาษีจะถูกส่งมาให้เราทางไปรษณีย์ ฟรีค่าส่งใช้เวลากรอกไม่เกิน 10 นาทีก็เสร็จ แต่ประหยัดเงินไปได้หลายร้อยเลยคุ้มครับ

ประกันรถยนต์ – ประหยัดได้ 5,000-10,000 บาท
ประกันรถยนต์เป็นประกันภาคสมัครใจหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่จะดีกว่าถ้าคุณมีประกันไว้คุ้มครองทั้งตัวคุณและบุคคลภายนอก สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อค่าเบี้ยประกันรถประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ คือ

1.ระดับความคุ้มครอง
2.ทุนประกัน
3.ค่าเสียหายส่วนแรก
4.การระบุผู้ขับขี่


          1. ระดับความคุ้มครอง – ประหยัดได้ 5,000 - 10,000 บาท
          เป็นตัวหลักในการกำหนดค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ถ้าคุณต้องการเพียงความคุ้มครองขั้นต่ำสุดคือ คุ้มครองเฉพาะร่างกายบุคคลภายนอกไม่รวมค่าเสียหายของตัวรถ คุณจะต้องจ่ายค่าเบี้ยเพียงปีละสองพันกว่าบาทเท่านั้นเอง


          ระดับความคุ้มครองของประกันแต่ละชั้นเรียงตามลำดับความคุ้มครอง
               ประกันชั้น 1 - พูดง่ายๆ เลยคือคุ้มครองทุกอย่าง ทั้งคน ทั้งรถ จ่ายแพงหน่อย แต่สบายใจที่สุด (ค่าเบี้ยประมาณ 9,000 – 18,000 บาท)
               ประกันชั้น 2+ - คุ้มครองคู่กรณี / รถเราคุ้มครองเฉพาะกรณีรถหาย ไฟไหม้ และรถชนแบบมีคู่กรณี (ค่าเบี้ยประมาณ 7,000 – 9,000 บาท)
               ประกันชั้น 2 - คุ้มครองคู่กรณี / รถเราเฉพาะรถหาย ไฟไหม้ (ค่าเบี้ยประมาณ 5,000 – 9,000 บาท)
               ประกันชั้น 3+ - คุ้มครอง คู่กรณี / รถชนแบบมีคู่กรณี
               ประกันชั้น 3 - จ่ายถูกที่สุด คุ้มครองเฉพาะคู่กรณี


          ถึงตอนนี้คงต้องถามตัวคุณเองก่อนว่าต้องการความคุ้มครองระดับไหน และส่วนต่อไปจะเป็นส่วนที่จะช่วยลดค่าเบี้ยของคุณให้ถูกลงไปอีก


          2. ทุนประกัน - ประหยัดได้ 1,000 - 3,000 บาท
          คือเงินทดแทนที่บริษัทประกันจะจ่ายให้คุณในกรณีที่รถสูญหาย หรือเสียหายโดยสิ้นเชิง โดยปกติจะคิดจากราคารถและลดลงตามอายุ โดยเราสามารถปรับลดวงเงินของทุนประกันได้โดยจะมีผลให้ค่าเบี้ยประกันลดลงด้วย


          3. ค่าเสียหายส่วนแรก (Deduct) - ประหยัดได้ 500 - 3,000 บาท
          คือจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเป็นค่าซ่อมรถของเรา กรณีรถชนและเราเป็นฝ่ายผิด ถ้ากรมธรรม์ระบุค่าเสียหายส่วนแรกไว้ 1,000 บาท แปลว่าถ้ารถชนและเราเป็นฝ่ายผิด เราต้องจ่ายค่าซ่อมรถเรา 1,000 บาทแรก ส่วนประกันจะจ่ายส่วนที่เกินไปทั้งหมดซึ่งการระบุค่าเสียหายส่วนแรกจะมีประโยชน์กับผู้ที่ขับรถดีหรือมีโอกาสอุบัติเหตุน้อยหรือไม่ชนเลย เพราะเงินส่วนนี้จะกลายมาเป็นส่วนลดหรือเพิ่มในค่าเบี้ยประกันยิ่งค่าเสียหายส่วนแรกสูงค่าเบี้ยยิ่งต่ำแต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบ่อยการระบุค่าเสียหายส่วนแรกเป็น 0 จะมีประโยชน์กว่า


          4. การระบุผู้ขับขี่ – ประหยัดได้ 5% - 20% บาท
          การระบุชื่อคนขับลงในกรมธรรม์ บริษัทจะมีส่วนลดค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือช่วงอายุ และจำนวนคนขับไม่เกิน 2 คน ค่าเบี้ยจะลดลงตามช่วงอายุของผู้เอาประกันภัย เนื่องจากความเสี่ยงในการขับขี่จะลดลง เพราะเจ้าของเป็นคนขับเองไม่ให้ผู้อื่น ขับ เพราะคนขับที่ไม่ใช่เจ้าของรถความระมัดระวังก็จะน้อยกว่าไม่เหมือนเจ้าของรถขับเอง บริษัทจึงลดเบี้ยประกันตามความเสี่ยงที่ลดลงด้วย การระบุชื่อผู้ขับขี่ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็กๆ ไม่ให้ใครยืมรถใช้ เพราะถ้ารถคุณถูกขับโดยคนอื่นที่ไม่ได้ถูกระบุอยู่ในกรมธรรม์แล้วเกิดชนขึ้นมา คุณจะต้องเสียค่าปรับหรือ excess ด้วย
          ส่วนลดเบี้ยตามช่วงอายุ
               18 – 24 ปี 5%
               25 – 35 ปี 10%
               36 – 50 ปี 15%
               50 ปีขึ้นไป 20%


          เรามาลองดูตัวอย่างการเลือกประกันให้ได้ค่าเบี้ยน้อยที่สุดกัน
          โดยใช้ข้อมูลจากเวบ www.silkspan.com โดยใช้รถ Nissan March ปี 2010
          1. เข้าไปที่เวบไซต์ SILKSPAN.COM เลือกหน้าประกันภัยรถยนต์
          2. กรอกข้อมูลต่างๆ ของตัวเราและตัวรถ จะมีตารางเปรียบเทียบขึ้นมาตามรูป จะเห็นราคาประกันชั้น 1 ซึ่งมีข้อมูลดังนี้
              ค่าเบี้ยประกันถูกที่สุดคือ แอคซ่าค่าเบี้ยประกันอยู่ที่ 9,535 บาท แต่มีค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท (แปลว่าถ้ามีอุบัติเหตุโดยที่เราเป็นฝ่ายผิด ค่าซ่อมรถ 5,000 บาทแรกเราต้องออกเอง)

              รองลงมาคือไทยประกันภัยค่าเบี้ย 12,276 บาท ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก

          3. เลือกประกันชั้น 2+, 3+ เพื่อที่จะปรับแต่งความคุ้มครองเพื่อลดค่าเบี้ยให้ต่ำที่สุด โดยเลือกตามนี้
               *ทุนประกัน 100,000 บาท
               *มีค่าเสียหายส่วนแรก
               *ไม่คุ้มครองสูญหาย / ไฟไหม้ / น้ำท่วม
               *ซ่อมอู่

กดคำนวณใหม่คราวนี้เบี้ยถูกสุดเป็นของ LMG กับ นวกิจ ที่ 5,400 บาท ซึ่งค่าเบี้ยลดลงไปครึ่งนึงจากครั้งแรกเลยทีเดียว คราวนี้ก็อยู่ที่เราจะตัดสินใจแล้วว่าต้องการความคุ้มครองระดับใดเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เราจ่ายออกไปมากที่สุด

คำนวณเบี้ยออนไลน์

สาระเรื่องเด่น