บัตรเครดิต
สินเชื่อ
ประกันภัย

บ.ทิพยประกันภัย



บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2494 โดย ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้ก่อตั้งและเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2494 โดยดำเนินธุรกิจด้านการรับประกันวินาศภัยทุกประเภท


ปัจจุบัน บริษัทฯ มีสำนักงานใหญ่
  ตั้งอยู่เลขที่ 63/2 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310   โทรศัพท์ 0-2248-0059, 0-2643-2900
  โทรสาร 0-2248-7850

  www.dhipaya.co.th

จดทะเบียนเป็น บริษัทมหาชน จำกัด เลขที่ บมจ.576 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญ 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เรียกชำระแล้ว 300 ล้านบาท
พ.ศ.2494
     บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2494 โดย ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท
 
พ.ศ.2507
     ทางราชการได้รับโอนหุ้นของ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และท่านผู้หญิง วิจิตรา ธนะรัชต์ มาเป็นของกระทรวงการคลังส่วนหนึ่ง
 
พ.ศ.2518
     ทางราชการได้รับโอนหุ้นของ ฯพณฯ จอมพลประภาส จารุเสถียร เป็นของกระทรวง การคลังอีกส่วนหนึ่ง ทำให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทถึง 55.6 เปอร์เซนต์ เป็นผลให้บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
พ.ศ.2533
     บริษัทฯ ได้เปิดทำการที่อาคารสำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นของตนเอง เป็นอาคาร 7 ชั้น ตั้งอยู่ ณ 63/2 ถนนพระราม 9 ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2533 และบริษัทฯ ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทดีเด่นแห่งปี ซึ่งถือเป็นเกียรติ ประวัติสูงสุดของบริษัทฯและพนักงานทุกคน
 
พ.ศ.2536
     คณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงการคลังกระจายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทฯ อาทิ ธนาคาร ออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ทำให้ สัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังเหลือเพียง 5.24 %
 
พ.ศ.2537
     บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม 80 ล้านบาทเป็น 240 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 24,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท และในเดือนมีนาคม พ.ศ.2538 คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้แปรสภาพบริษัทฯ จากรัฐวิสาหกิจเป็นบริษัท มหาชน และในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการเรื่องการ แปรรูปเป็นบริษัทมหาชน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 7 อีกทั้งยังเป็นการเตรียมการบริษัทฯ ให้มีความ คล่องตัวในการดำเนินงาน และพร้อมที่จะแข่งขันในภาวะการแข่งขันเสรีของธุรกิจ ประกันภัยตามข้อตกลงของแกตต์ (GATT)
 
พ.ศ.2538
     บริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัท มหาชน จำกัด ต่อกรม ทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2538 โดยมี กระทรวงการคลัง, ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน และ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ถือหุ้นใหญ
 
พ.ศ.2542
     บริษัทฯ ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9002 จากสถาบัน SGS Yarsley International Certification Services Limited แห่งประเทศอังกฤษ ทำให้ทิพยประกันภัย เป็น "บริษัทประกันวินาศภัยแห่งแรกของไทยที่ได้ ISO 9002 ทุกระบบขององค์กร"
 
พ.ศ.2544
     ครบรอบ 50 ปี แห่งความมั่นคง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯได้พัฒนาขีดความ สามารถในการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง ผนวกกับบริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นที่เป็นองค์กรที่มี ความมั่นคงและมีชื่อเสียง ทำให้บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เป็นผู้รับประกันภัยในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแรงผลักดัน ให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นสู่ ความเป็นผู้นำด้านประกันวินาศภัยของประเทศ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมติดอันดับ 2 ของกลุ่มบริษัทประกันวินาศภัยกว่า 77 บริษัท และมีเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ดสูงที่สุดเป็น อันดับ 1 ของประเทศ
 
พ.ศ.2545
     บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบ บริหารคุณภาพ ISO 9001 : 2000 เข้ามาประยุกต์ใช้กับระบบเดิม เพื่อพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศในการ บริการ บริษัทฯจึงได้เปิด Dhipaya Service Center (DSC) หรือศูนย์ทิพยบริการเพื่อเพิ่ม ศักยภาพ การให้บริการแบบครบวงจร One Stop Serviceเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการอำนวยความสะดวก รวดเร็ว สำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ติดต่อทำประกัน, การติดต่อสอบถาม, การติดต่อประสานงานเรื่องต่างๆ เป็นต้นรวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ ทางโทรศัพท์นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เปิด Claims Photo Centerศูนย์การบริการเคลมรูป แบบใหม่เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการด้านสินไหมรถยนต์อีกด้วย
 
พ.ศ.2546
     บริษัทฯ ได้รับเกียรติบัตร The Best Performance - Financials 2003 จากตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย ในฐานะที่ได้รับคัดเลือกเข้าชิงรางวัลดังกล่าวเพียง 5 บริษัทเท่า นั้น จากบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับความ ไว้วางใจจากรัฐบาล ให้เป็นผู้รับประกันภัยงานระดับชาติด้วย ได้แก่ การประกันภัยโรค ซาร์ส หรือโรคระบบทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน เป็นแห่งแรกของโลก, การประกัน ภัยการขนส่งหมีแพนด้า "ช่วง ช่วง" และ "หลินฮุ่ย" 2 ฑูตสันถวไมตรีไทย - จีน จาก ประเทศจีน, การประกันภัยแสตมป์มูลค่า 200 ล้านบาทในงานแสตมป์โลกและการรับ ประกันภัยความซื่อสัตย์ของสลากกินแบ่งรัฐบาล (เลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัว) และในเดือน พฤศจิกายนบริษัทได้เปลี่ยนประตูหน้าเป็นประตูด้านที่ติดกับถนนเทอดพระเกียรติ (ถนนเทียนร่วมมิตร) และใช้ชื่อประตูว่า ประตู "ทิพยเทอดพระเกียรติ" เพื่อเป็นการ แสดงถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
 
พ.ศ.2547
     เป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งแรกของโลกที่รับประกันภัย "ไข้หวัดนก" ซึ่งกำลัง ระบาดอย่างหนักในขณะนั้นทำให้เกษตรกรไทยลดความเสี่ยง และคลายความกังวลใจ ได้มากนอกจากนี้ยังเพิ่มศักยภาพการบริการด้วยการเข้าร่วมโครงการ "ประกันทันใจ ด้วยบัตรใบเดียว" ของบริษัท เบสท์ เซอร์วิส (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นการขอสินเชื่อ ประกันภัยรถยนต์ โดยใช้เพียง "บัตรประชาชน" เท่านั้น เป็นการเปิดโอกาสให้สำหรับ กลุ่มลูกค้าใหม่อาทิเช่น พ่อค้า - แม่ค้า ที่ไม่มีหลักฐานแสดงรายได้ ให้สามารถขออนุมัติ สินเชื่อเพื่อทำประกันภัยรถยนต์ในโครงการได้ และอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าด้วย การเปิดสำนักงานตัวแทนที่ศรีราชาเป็นแห่งที่ 15 แห่ง      สำหรับปี 2548 ยังเน้นการขยายธุรกิจ ทั้งธุรกิจประกันภัย และการลงทุน โดยให้ ความสำคัญกับการบริหารงานแบบมืออาชีพ และการพัฒนาประสิทธิภาพการบริการเพื่อ ให้มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจะนำระบบวางแปน และตั้งงบประมาณเชิงสัมฤทธิ์ เข้ามาประยุกต์ใช้ พร้อมทั้งจะดำเนินการขยายเครือข่ายให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ยิ่งขึ้น โดยจะเพิ่มสาขาอีก 4 แห่ง ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ พร้อม เพิ่มสำนักงานตัวแทนอีก 5 แห่ง จากปัจจุบันที่มีสำนักงานสาขา 15 แห่ง และสำนักงาน ตัวแทน 17 แห่ง
 
พ.ศ.2548
    
นับเป็นปีที่เริ่มต้นด้วยความโศกเศร้าของคนไทยทั้งประเทศ จากเหตุการณ์มหันตภัย คลื่นยักษ์สึนามิ นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน บริษัทฯ ได้ส่งอาสาสมัคร ทิพยบรรเทาภัย " หน่วยหนุมาน" พร้อมรถบรรเทาภัยเพื่อประชาชนไปให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยในเบื้องต้น และมีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้ให้ความช่วย เหลือ และเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวไทยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องคอยผวากับ เหตุการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมานาน จึงได้จัดทำ Radio Spot เพลง "คนไทยไม่ ทิ้งกัน" ขับร้องโดย คุณ กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี โดยมีเนื้อหาเพื่อเป็นขวัญแลำกำลังใจ ให้กับทุกคนในสังคม    บริษัท ฯ ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้เป็นผู้รับประกันภัยการก่อการร้ายในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้พี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกอบอุ่นและมั่นใจ ในแผ่นดินเกิดของตัวเอง และรับประกันภัยรถยนต์ทุกประเภทที่ติดตั้งอุปกรณ์เติมก๊าซ NGV เพื่อสนองนโยบายของรัฐในการประหยัดพลังงานที่ต้องการให้ประชาชนหันมา ใช้ก๊าซ NGV    บริษัท ฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 240 ล้านบาทเป็น 300 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่าย หุ้นปันผล โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 60 ล้านบาท และยังได้ขยายการบริการสู่ภูมิภาค ด้วยการเปิดสำนักงาน สาขาเพิ่มอีก 4 แห่ง ได้แก่ สาขาอุดรธานี สาขานนทบุรี สาขาเชียง ราย และยังได้จัดทำโครงการ " Smart Branch" ฉลาดคน ฉลาดงาน ฉลาดพัฒนา สาขา เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานของสาขาทั่วประเทศ และยังมีการพัฒนา บุคลากร และการพัฒนาด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่ไปด้วย จึงมีโครงการ "Dhipaya IT Year" ด้วยสโลแกน "ทิพยพันธุ์ใหม่ ก้าวไกลกับ IT Year" เพื่อให้ พนักงานมีความตื่นตัวในการใช้ IT และนำมาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น